ที่พบในประเทศไทย คือ แร่วุลแฟรไมต์ (wolframite;(Fe,Mn)WO4) แร่ชีไลต์ (scheelite;CaWO4) นอกจากนี้ยังพบแร่ในกลุ่มของแร่วุลแฟรไมต์ ในบางแหล่งแร่ด้วย คือแร่เฟอร์เบอไรต์ (ferberite;FeWO4) และแร่เฮิบเนอไรต์ (huebnerite;MnWO4) แร่ทังสเตนนี้มักเกิดร่วมกับแร่ดีบุก ซึ่งมีกำเนิดมาจากหินอัคนีจำพวกแกรนิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหินแกรนิตที่มีอายุอ่อนซึ่งโผล่เป็นเทือกเขาแนวยาวตั้งแต่เหนือจดใต้ทางด้านตะวันตกของประเทศ
![]() |
การตรวจแร่ทังสเตนชนิดต่างๆทำได้โดยอาศัยคุณสมบัติของแร่แต่ละชนิด
ดังนี้
แร่วุลแฟรไมต์
เป็นแร่ที่มีสีดำค่อนไปทางน้ำตาลหรือน้ำตาลแก่เกือบดำ
มีสีผงละเอียดเป็นสีน้ำตาลความถ่วงจำเพาะ
7.0 – 7.5
จับดูจะรู้สึกหนักมือ
จะมีผิวแร่ด้านหนึ่งเป็นมันเงา
มีคุณสมบัติแม่เหล็กดูดติดผงแร่เล็กๆ
แร่เฟอร์เบอไรต์จะมีสีและสีผงละเอียดของแร่เป็นสีดำ
ส่วนแร่เฮิบเนอไรต์จะมีสีผงของแร่เป็นสีน้ำตาลมากกว่า
![]() ![]() |
แร่ชีไลต์ มีสีขาว เหลือง ขาวอมเหลือง เขียว และน้ำตาล เนื้อแร่โปร่งแสง มีความวาวคล้ายแก้ว มีความถ่วงจำเพาะ 5.9 – 6.7 จึงเป็นแร่ที่มีความวาวแบบไม่ใช่วาวโลหะที่มีน้ำหนัก ความแข็ง 4.5 – 5 ซึ่งขีดกระจกไม่เข้า อาจตรวจสอบโดยการตรวจการเรืองแสงของแร่ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต ซึ่งจะให้สีของแสงเรืองเป็นสีน้ำเงินหรือฟ้าอ่อน ซึ่งถ้าหากมีธาตุโมลิบดินัมในโมเลกุลของชีไลต์จะทำให้สีของการเรืองแสงต่างออกไป โดยจะทำให้สีอ่อนลงจนเกือบเป็นสีขาว แต่ถ้าหากมีปริมาณของโมลิบดินัมมากขึ้นจะทำให้การเรืองเป็นสีเหลืองมากขึ้น
![]() |
![]() |
ประโยชน์ของแร่ทังสเตน โลหะทังสเตน ที่ถลุงแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมหนัก ใช้ผสมเหล็กกล้าในการทำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทนความร้อนสูง ทำเครื่องจักรกล หัวเจาะเกราะ ใบมีด ตะไบ ใบเลื่อย ไส้หลอดไฟฟ้า และหลอดวิทยุ นอกจากนี้ ยังใช้ในการทำสีอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องแก้ว