วิธีการสำรวจแหล่งแร่ทองคำ


แผนที่การสำรวจทองคำในประเทศไทย

การสำรวจเป็นการค้นหาตำแหน่งหรืบริเวณที่คาดว่าจะมีแหล่งแร่สะสมตัวอยู่โดยใช้ความรู้ทางธรณีวิทยาเป็นหลัก และจะใช้วิธีการหลายแบบ ผสมกันในการสำรวจตั้งแต่ การสำรวจทางอากาศ การสำรวจบนผิวดิน และการสำรวจใต้ดิน

การสำรวจทางอากาศ

เป็นการสำรวจโดยใจ้เครื่องบินปีกแข็ง ปีกหมุน หรือดาวเทียม ติดตั้งเครื่องมือสำรวจชนิดต่างๆ หรือกล้องถ่ายภาพสำหรับตรวจคุณสมบัติทาง ฟิสิกส์หรือถ่ายภาพของพื้นผิวโลก แล้วนำมาแปลความหมายหาบริเวณที่เหมาะสม เพื่อสำรวจททางพื้นดินต่อไป

การสำรวจบนพื้นดิน

จะประกอบด้วยเทคนิคหรือวิธีการทางธรณีวิทยาธรณีเคมี และธรณีฟิสิกส์

การใช้เลียงร่อนหาแร่ทองคำ

โดยการเดินสำรวจทำแผนที่ธรณีวิทยา และ ตรวจสอบลักษระของหิน และดินในภาคสนาม การใช้เครืองมือทางธรณีฟิสิกส์วัดคุณสมบัติทางฟิสิกส์ของชั้นหิน และดิน การร่อนแร่ เก็บตัวอย่างดินและหิน นำไปศึกษารายละเอียด หรือนำไปวิเคราะห์ทางเคมี เพื่อค้นหาบริเวณที่เหมาะสมทางธรณีวิทยาและคาดว่าจะมีแหล่งแร่สะสมตัวอยู่ เมื่อพบบริเวณที่คาดว่า จะมีแหล่งแร่อยู่ก็จะทำการสำรวจใต้ดิน

การสำรวจใต้ดิน

การสำรวจมี 2 ระดับ คือการสำรวจในระดับตื้น และการสำรวจในระดับลึก การสำรวจระดับตื้นโดยการขุดหลุมสำรวจ (ขนาด 1x1 เมตร และลึก 2 เมตร )หรือร่องสำรวจ (กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 100-300 เมตร ลึกไม่เกิน 2 เมตร )

และการตรวจสอบในระดับลึกจะเป็นการเจาะสำรวจ โดยการเก็บตัวอย่างแท่งหิน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-10 เซนติเมตร

การสำรวจดังกล่าวจะทำให้ทราบขอบเขตและความสมบูรณ์ของแหล่งแร่สำหรับนำไปใช้ศึกษาความ เป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์และพัฒนาทำเหมืองต่อไป

นโยบายรัฐบาล

เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาแหล่งแร่ทองคำโดยวิธีการสำรวจและการทำเหมืองแร่ทองคำที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและเทคนิคที่ทันสมัยกระทรวงอุตสาหกรรม โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2530 จึงได้กำหนดนโยบายว่าด้วยการสำรวจและพัฒนาแร่ทองคำ ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

1. การขอสิทธิสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศให้เป็นพื้นที่เพื่อการพัฒนาเหมืองแร่ทองคำเป็นโครงการใหญ่ ผู้ขอจะต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศใว้เปป็นคราวๆไป

2. การขอสิทธิสำรวจและทำเหมืองแร่ ทองคำในพื้นที่ทั่วไปนอกเขตพื้นที่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด มีหลักเกณฑ์ 2 ขั้น ดังนี้ ขั้นตอนการสำรวจ การขอสิทธิให้กระทำโดยการขออาชญาบัตร พิเศษเท่านั้น และผู้ขอต้องเสนอผลประโยชน์พิเศษตอบแทนแก่รัฐในขั้นตอนการสำรวจและ ขั้นตอนการทำเหมือง ผู้ขอต้องได้รับอาชญาบัตรพิเศษ เพื่อการสำรวจ แร่ทองคำเป็นบุคคลธรรมดา จะต้องจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เป็นผู้ขอประทานบัตร

นโยบายยังกำหนดด้วยว่าการขายแร่ทองคำที่ผลิตได้ต้องเสนอขาย ให้แก่รัฐบาลก่อนที่จะเสนอขายให้แก่ผู้อื่น

ในกรณีแรก กรมทรัพยากรธรณีจะดำเนินการโดยคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพแร่ทองคำสูง พร้อมกับกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เสนอกระทรวงอุตสาหกรรม แล้วออกประกาศเชิญชวนให้ผู้สนใจมายื่นจองสิทธิโดยวิธีการประมูล ส่วนกรณีหลัง ผู้สนใจสามารถ ขอสิทธิได้โดยตรงจากกรมทรัพยากรธรณีตามขั้นตอนตามการขออาชญาบัตรพิเศษ

การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล

นับตั้งแต่มีนโยบายว่าด้วยการสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำเป็นต้นมา กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมพรัพยากรธรณี ได้มีการกำหนดพื้นที่ เพื่อการพัฒนาเหมืองแร่ทองคำเป็นโครงการใหญ่หลายบริเวณและได้เชิญชวนภาาคเอกชนผู้สนใจเข้ามาสำรวจอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื่นที่ที่อยู่นอกเขตก็มีบริษัท เอกชนหลายรายเข้ามาขอสิทธิสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์และพิศณุโลก

การสำรวจในเขตพื้นที่เพื่อการพัฒนาแหล่งแร่ทองคำ เป็นโครงการใหญ่

ในปี พ. ศ. 2532 ได้เปิดให้มีการประมูลให้มีการขอสิทธิสำรวจและทำเหมือง แร่ทองคำเป็นโครงการใหญ่เป็นจำนวน 4 แปลง บริเวณท้องที่ จังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย ซึ่งมีผู้ได้รับสิทธิดังนี้

ในปี พ. ศ. 2539 ได้เปิดการประมูลให้มีการขอสิทธิสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่เพื่อการพัฒนาเหมืองแร่ทองคำเป็นโครงการใหญ่ที่จังหวัด ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ซึ่งมีผู้ได้รับสิทธิ จำนวน 2 แปลง

การสำรวจนอกเขตพื้นที่เพื่อการพัฒนาเหมืองแร่ทองคำเป็นโครงการใหญ่

กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกอาขญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำให้ แก่ภาคเอกชนตั้งแต่ปี พ. ศ. 2538 จนถึงปัจจุบัน (มกราคม 2542 )มีผู้ได้รับสิทธิสำรวจแร่ทองคำในพื้นที่ต่างๆดังนี้

ผลการนำเนินการที่สำคัญของการสำรวจและพัฒนาแหล่งแร่ทองคำ ซึ่งค้นพบโดยกรมทรัพยากรธรณี แล้วอนุญาติให้ภาคเอก ชนไปดำเนินการสำรวจในขั้นรายละเอียด

บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด สำรวจพบทองคำที่มีคุณค่าเชิงพานิชย์ รอยต่อของจังหวัดพิจิตร - เพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณหินที่มีปริมาณแร่ทองคำปะปนประมาณ 14.5 ล้านตัน มีความเฉลี่ยของโลหะทองคำ 2.6 กรัม ต่อ หิน 1 ตัน และโลหะเงิน 13.5 กรัมต่อหิน 1 ตัน ซึ่งจะนำมาแยกโลหะทองคำได้ประมาณ 32 ตัน โลหะเงิน 98 ตัน มูลค่าประมาณ 10,000 และ 600 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้บริษัทได้รับประทานบัตรจำนวน 4 แปลง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2543 คลุมเนื้อที่ 1,166 ไร่ เป็นเวลา 25 ปี บริษัทฯ ได้วางแผนที่จะทำเหมือง โดยวิธีการทำเหมืองหาบและจะขุดบ่อเหมืองลึกจากผิวดิน ลงไปประมาณ 70 เมตร แล้วนำหินที่มีทองคำเข้าสู่โรงแต่งแร่เพื่อสกัดโลหะทองคำและเงินต่อไป และคาดว่าจะได้โหะแท่งแรกประมาณต้นปี พ. ศ. 2545

บริษัท ทุ่งคำ จำกัด สำรวจพบแหล่งแร่ทองคำที่ตำบล เขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย มีปริมาณเนื้อหินปร แร่ทองคำ ประมาณ 1 ล้านตันมีความ สมบูรณ์เฉลี่ยประมาณ 5 กรัม ต่อหิน 1 ตัน ซึ่งจะนำมาสกัดเป็นโลหะทองคำได้ 5 ตัน มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท บริษัทได้ยื่นขอประทานบัตร จำนวน 6 แปลง เนื้อที่ 1,309 ไร่ เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำแล้วปัจจุบัน( กันยายน 2543 ) กำลังรออนุญาติการใช้ที่ดินจากสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์


HOME