การทำเหมืองแร่ทองคำ


การทำเหมืองแร่เป็นการขุดเอาหินที่มีแร่ทองคำปะปนอยู่ทาผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อสกัดแร่ทองคำบริสุทธิ์มาใช้ประโยชน์ โดยทั่วไปการทำเหมืองจะมี 2 แบบ คือการทำเหมืองเปิดบนหน้าดิน และการทำเหมืองอุโมงค์ใต้ดิน หินที่ขุดได้จะถูกนำมาบดย่อยให้ละเอียด แล้วผ่านกระบวนการแยกทองคำออกมา

การลงทุนทำเหมืองแร่ในประเทศไทย มีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำกว่าต้นทุนการผลิตในต่างประเทศ โดยเปรียบเทียบจากกรณีของ บริษัท ทุ่งคา จำกัด และ บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด ซึ่งมีต้นทุนการผลิตซึ่งรวมค่าใช้จ่ายของการสำรวจ การทำเหมือง ภาษี และค่าภาคหลวงแล้ว เฉลี่ยเป็นเงิน 240 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา ต่อทองคำหนัก 1 ออนซ์ ในขณะที่ราคาในตลาดโลก ณ วันที่ 26 มีนาคม 2542 มีราคาเพียง 280 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาต่อทองคำหนัก 1 ออนซ์ ทำให้การลงทุนทำเหมืองแร่ ทองคำในประเทศไทยยังพอสรุปได้ว่าคุ้มกับการลงทุน

การทำเหมืองผิวดิน(Surface Mining)

การทำเหมืองผิวดินมักเป็นการทำเหมืองหาบใช้การ ขุดตักและขนส่งแต่สำหรับแหล่งที่เป็นการเกิดแบบปฐมภูมิในสายแร่จะมีการระเบิดเข้ามาเกี่ยวข้องในการระเบิดแร่ทองคำนั้นจะใช้การระเบิดแบบหลวม เนื่องจากเป็นการป้องกันการปนเปื้อนของ waste ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้ความสนใจสูงเพราะแร่ทองคำเป็นแร่ที่มีเกรดต่ำจึงต้องมีการควบคุมการระเบิด

การขุดตักในการขุดตักแร่ทองคำมักจะมีนักธรณีที่คอยควบคุมขอบเขตหรือโซน แร่และ waste ออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อเป็นการควบคุมเกรด โดยส่วนมากเหมืองทั่วไปจะใช้ Back Hoe และ Shovel ในการขุดตัก การขนส่งมักจะใช้ Truck ดังแสดงในรูปข้างล่าง

การทำเหมืองใต้ดิน( Underground Mining)

การทำเหมืองใต้ดินเป็นการทำเหมืองโดยเจาะตามสายแร่ ซึ่งการทำเหมืองใต้ดินเป็น การทำเหมืองกับแหล่งแร่ปฐมภูมิในลักษณะการเกิดแบบฝังประหรือเกิดในสายแร่ในการทำเหมืองต้องอาศัยการระเบิด การทำเหมืองใต้ดินต้องทำกับแร่ที่มีเกรดสูง เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความปรอดภัยต่ำกว่าการทำเหมืองเปิด และในกรณีที่อุโมงค์ไม่มีความแข็งแรงพอจะต้องมีการต้ำยัน และในการระเบิดต้องมีระบบการระบายอากาศ น้ำ และการขนส่งภายใน การขนส่งภายในอุโมงค์ทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่ปริมาณแร่ กำลังการผลิต และสิ่งแวดล้อม ต่างๆ ดังแสดงในรูปข้างล่าง

ลักษณะการออกแบบเหมืองใต้ดิน

ปากปล่องเหมืองและการเจาะระเบิด

การเจาะระเบิดและการพัฒนาเหมืองเป็นที่ท่องเที่ยว


HOME